Search

12 มุมมองใหม่ “ผู้สูงวัย” อายุเป็นเพียงตัวเลข-ใช้เทคโนโลยีเก่ง-ช้อปออนไลน์-เรียนรู้สิ่งใหม่

Updated: Dec 11, 2020

ที่มา : https://www.marketingoops.com/reports/behaviors/getting-older-our-aging-world-ipsos-research/


เป็นที่คาดการณ์ว่าระหว่างปี 1980 – 2050 (พ.ศ. 2523 – 2593) จำนวนผู้สูงวัยจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อยหนึ่งเท่าตัว โดยในปี 2050 (พ.ศ. 2593) โลกจะมีจำนวนผู้สูงวัยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กว่า 2.1 พันล้านคน

ส่งผลให้ในอีกราว 30 ปีต่อจากนี้จะเป็นครั้งแรกที่โลกมีจำนวนคนแก่มากกว่าคนหนุ่มสาว โดย 1 ใน 5 ของประชากรโลกในปี 2050 (พ.ศ. 2593) จะเป็นผู้สูงวัย ซึ่งสถิติดังกล่าวได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกที่ผู้สูงอายุจะครองเมืองในทุกพื้นที่ของโลก

จากการขยายตัวของกลุ่มคนสูงอายุอย่างกว้างขวางทั่วโลก เป็นที่แน่ชัดว่า Generation ที่ทรงอิทธิพลจะมีการเปลี่ยนขั้ว จาก“กลุ่ม Millennials” ที่เป็นความเชื่อเดิมๆ มาเป็น “กลุ่มผู้สูงอายุ”

กลุ่มผู้สูงอายุเป็นกลุ่มที่คุมอำนาจทางการเงินและการเมือง เป็นกลุ่มที่มีเงินเหลือเพื่อการใช้จ่าย (Disposable Incomes) มากกว่าคนทุกกลุ่ม กลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก สู่ “เศรษฐกิจสูงวัย” (Silver Economy) และ “เศรษฐกิจอายุวัฒน์” (Longevity Economy) ผลักดันให้กลายเป็นภาคเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก ซึ่งทั่วโลกกำลังจับตาและศึกษาแนวโน้มกันอย่างกว้างขวาง

ถึงแม้คนสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่คนทั่วไป – ภาครัฐ – ภาคเอกชน ยังคงมีมุมมองต่อผู้สูงวัยแบบเดิม เช่น ไม่สนใจเทคโนโลยี ไม่ชอบเรียนรู้ ไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ รวมถึงมองผู้สูงวัย และกำหนดตัวตนจาก “เลขอายุ” ไม่ใช่จากความชอบ ไลฟ์สไตล์ และความต้องการที่แท้จริง

“อิปซอสส์” (Ipsos) บริษัทสำรวจและวิจัยการตลาดจากฝรั่งเศส ได้เผยผลวิจัย “Getting Older – Our Aging World” ที่เผย Insights ไลฟ์สไตล์ – ความต้องการที่แท้จริงของผู้สูงวัย เพื่อสร้างความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับผู้บริโภคกลุ่มนี้


ปี 2030 ทั่วโลกจะเข้าสู่ยุค “Super Aged Society” – ประชากรสูงวัย มากกว่าเด็กเกิดใหม่

  • ปี 2030 จำนวนประชากรผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมี 1,400 ล้านคนทั่วโลก เป็นปีแรกของประวัติศาสตร์โลกที่จำนวนผู้สูงอายุ มากกว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่ (0 – 9 ปี) มี 1,300 ล้านคน นั่นหมายความว่าโลกเข้าสู่ยุคสังคมสูงอายุระดับสูงสุด (Super Aged Society)

  • ปี 2050 จำนวนประชากรผู้สูงวัยอายุ 60 ปีขึ้นไป จะมี 2,100 ล้านคนทั่วโลก ในขณะที่จำนวนประชากรเด็กเกิดใหม่ (0 – 9 ปี) มี 1,400 ล้านคน

  • ประเทศไทย เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) ตั้งแต่ปี 2000 ที่มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ในอัตรา 10%

  • ปัจจุบันประเทศไทย มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ประมาณ 17 – 18% ของประชากรไทยทั้งประเทศ หรือประมาณ 11 ล้านคน

  • ปี 2020 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged Society) ที่จำนวนประชากรผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นเป็น 20%

  • ปี 2035 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสูงสุด (Super Aged Society) โดยมีประชากรสูงอายุถึง 30%

ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงโดยรวมของประเทศในหลายด้าน ทำให้หลายฝ่ายต้องเริ่มตระหนัก และหันมาให้ความสำคัญกับการเตรียมการรองรับไว้ล่วง หน้าเช่นเดียวกับความกังวลของนานาประเทศในขณะนี้


ผู้สูงอายุในเอเชีย เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว – แอฟริกา ผู้สูงอายุน้อยที่สุดในโลก

เมื่อแบ่งเป็นภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก พบว่า

  • การเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงวัย เกิดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศเจริญแล้ว เช่น ประเทศในยุโรป, อเมริกา

  • ในภูมิภาคเอเชีย ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • การเพิ่มขึ้นของประชากรสูงวัย ส่งผลให้คนำทงานลดลงเรื่อยๆ เช่น ญี่ปุ่น, ยุโรป

  • แต่ภูมิภาคที่มีจำนวนผู้สูงอายุน้อยที่สุดในโลก คือ “แอฟริกา” ทำให้เวลานี้กลุ่มทุนในประเทศจีน, ยุโรป เข้าไปลงทุนในแอฟริกามากขึ้น เพราะเป็นภูมิภาคที่มีคนหนุ่มสาววัยทำงานจำนวนมาก จึงมีการคาดการณ์ว่าต่อไป “แอฟริกา” จะเป็นภูมิภาคที่ GDP เติบโตมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

  • ในประเทศไทยอัตราการมีบุตรของผู้หญิงไทย 1 คน โดยเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 1% เท่านั้น เทียบเท่ากับประเทศที่เจริญแล้ว เช่น นอร์เวย์, สวีเดน

  • ค่าเฉลี่ยการมีบุตรที่จะทำให้จำนวนเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้น ให้อยู่ในจุดสมดุลระหว่างการเพิ่มขึ้นของประชากรผู้สูงวัย ผู้หญิง 1 คน ต่อการมีบุตร 2 คน

  • เมื่อประชากรวัยทำงานไม่เพียงพอ ส่งผลให้ในระยะหลังมานี้ ประเทศไทยมีชาวต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น โดยส่วนใหญ่ยังอยู่ในตลาดที่ใช้แรงงาน (Blue Collar)

  • ถ้าอัตราการเกิดของเด็กใหม่ยังคงลดลง คาดกาณณ์ว่าปี 2030 จำนวนประชากรไทยอาจหายไป 30% และในตลาดงานของไทยจะมีคนต่างชาติเข้ามาทำงานในส่วนงานอื่นๆ มากึ้น เช่น งานออฟฟิศ

สำรวจประชากรผู้สูงอายุ 60+ ทั่วโลกในปัจจุบัน และปี 2050

  • 4 ประเทศที่มีประชากรเพิ่มขึ้นมากที่สุด คือ ญี่ปุ่น, สเปน, เกาหลีใต้, โปแลนด์

  • ประเทศญี่ปุ่น ปัจจุบันเป็นประเทศที่มีผู้สูงอายุมากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 33% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ในปี 2050 คนสูงอายุในญี่ปุ่น จะเพิ่มขึ้นเป็น 42%

  • เกาหลีใต้ สัดส่วนผู้สูงอายุ เพิ่มขึ้นมาเป็น 42%

สิ่งที่น่ากลัวของสังคมผู้สูงอายุในเกาหลีใต้ คือ เป็นประเทศที่ผู้สูงอายุไม่มีเงิน เพราะพบว่าผู้สูงอายุของเกาหลีไม่มีรายได้ค่อนข้างเยอะ ต้องอาศัยในชุมชนแออัด ขณะเดียวกันมีผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิงบางคน ต้องตัดสินใจขายบริการทางเพศ เพื่อความอยู่รอด

และเมื่อเกาหลีใต้มีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กลายเป็นสังคมมีความเหลือมล้ำทางรายได้จะเพิ่มสูงขึ้น

ประเทศเหล่านี้ เป็นเหมือนกระจกสะท้อนสังคมไทยว่าในอีก 20 – 30 ปีจากนี้ ประเทศไทยจะเป็นแบบไหน ?!?


ลบภาพจำเกี่ยวกับ “ผู้สูงวัย” เดิมๆ เมื่ออายุไม่ได้ชี้วัดตัวตนที่แท้จริง

ถึงแม้จำนวนคนสูงวัยมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว คนทั่วไปรวมถึงภาครัฐและเอกชนยังคงมีมุมมองต่อผู้สูงวัยแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นการที่คิดว่าผู้สูงวัยไม่สนใจเทคโนโลยี ไม่ชอบเรียนรู้ ไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ รวมถึงมองผู้สูงวัย และกำหนดตัวตนของผู้สูงวัยจาก “เลขอายุ” ไม่ใช่จากความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการที่แท้จริง ทำให้ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับผู้สูงวัย

ภาพจำ หรือมุมมองที่คนส่วนใหญ่ทั่วโลกยังมอง “ผู้สูงวัย” ในปัจจุบัน คือ

  • ผู้สูงอายุไม่ค่อยชอบปรับตัว ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

  • ไม่ชอบใช้เทคโนโลยี

  • ทำความผิดพลาดบ่อย

  • ชอบอยู่บ้าน ไม่ชอบลองอะไรใหม่ๆ

แต่ในความเป็นจริงแล้ว “ผู้สูงวัย” เป็นเช่นนั้นจริงหรือ ?!? มาเปิด 12 มุมมองใหม่เกี่ยวกับ “ผู้สูงวัย” ในปัจจุบัน


1. นิยาม “ความแก่” ไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ – อายุ 60 ไม่ได้แปลว่าแก่

การใช้อายุเป็นเกณฑ์ อาจจะทำให้ความเข้าใจต่อผู้สูงวัยคลาดเคลื่อน ซึ่งผลพวงจากยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ทำให้คนมีความเชื่อว่า 60 คืออายุที่แปลว่า “แก่”

อย่างไรก็ตาม “อายุเป็นเพียงตัวเลข” เพราะในความเป็นจริงแล้วคนบนโลกยุคปัจจุบันมองว่า ผู้สูงวัยจะเริ่มต้นที่อายุ 66 ปีโดยเฉลี่ย ไม่ใช่ 60 อย่างที่เข้าใจกัน

  • ประเทศสเปนมองว่าผู้สูงวัยเริ่มต้นที่อายุ 70

  • ในขณะที่คนซาอุดิอาระเบียชี้ 49 ปีก็แก่แล้ว

  • ประเทศไทย คนไทยเรายังมองว่า 60 เป็นอายุเริ่มต้นของผู้สูงวัย ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ

ถึงแม้คนบนโลกจะมองอายุกับคำว่าสูงวัยต่างกัน ผู้สูงอายุบนโลกกลับเห็นด้วยว่าโดยเฉลี่ยแล้วพวกเขาจะรู้สึกเด็กกว่าอายุจริงถึง 9 ปี ทำให้ ‘ตัวเลข’ ไม่ใช่มาตรวัดที่แม่นยำอีกต่อไป


2. อย่าเอา “อายุ” ชี้วัดตัวตน แต่ให้ใช้ “ไลฟ์สไตล์” และ “ความต้องการที่แท้จริง” ทำความเข้าใจผู้สูงวัย

การกำหนดผู้สูงวัยจาก “ตัวเลขอายุ” และภาพจำเดิมๆ ที่ว่าผู้สูงวัยไม่สนใจเทคโนโลยี ไม่ชอบเรียนรู้ และไม่ชอบสิ่งใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่นักการตลาด กว่า 79% ยังใช้ “อายุ” เป็นตัวชี้วัดในการกำหนดตัวตนของผู้สูงวัย แทนที่จะศึกษาจากความชอบ ไลฟ์สไตล์ หรือความต้องการที่แท้จริง

ความเข้าใจผิดเหล่านี้ ทำให้เราไม่รู้จักผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง ไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกนึกคิด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ ทำให้เราประเมินสถานการณ์ผิดพลาดและวางแผนต่างๆ ไม่ถูกทิศทาง

  • 82% ของคนฝรั่งเศสอายุ 55+ มองว่ารีเทล หรือห้างร้านฯ ไม่ได้เข้าใจความต้องการที่แท้จริงของเขา

  • 88% เห็นด้วย แบรนด์ควรโฟกัสความต้องการ – ความสนใจของผู้บริโภค ไม่ใช่ดูกันที่อายุอย่างเดียว

  • 4 ใน 5 ของคนฝรั่งเศส บอกว่าแบรนด์ควรพัฒนาสินค้า-บริการ ที่ไม่จำเป็นต้องมาบอกว่าสินค้า-บริการนั้นๆ สำหรับผู้สูงอายุโดยเฉพาะ แต่ควรเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการ เช่น ตอบความต้องการด้านการท่องเที่ยว ตอบโจทย์ด้านการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ตอบสนองความสะดวกสบาย เป็นต้น

3. ผู้สูงอายุใช้อินเทอร์เน็ต – เป็นนักช้อปออนไลน์ตัวยง – “ใช้เทคโนโลยี” ไม่น้อยไปกว่าคน Millennials

ปัจจุบัน และอนาคตเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับ “Connected Healthcare” จะกลายเป็นเทคโนโลยีช่วยผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย จะเดินไปในทิศทางนี้เช่นกัน

มูลค่าการใช้จ่ายที่เกิดขึ้นบนออนไลน์ เดิมทีถูกมองว่ามาจาก “คนรุ่นใหม่” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่แค่มาจากคนรุ่นใหม่อย่างเดียว ยังมาจาก “กลุ่มผู้สูงวัย” ซึ่งเป็นนักช้อปออนไลน์กลุ่มใหญ่อีกด้วย เนื่องจากมีเวลาว่าง และมีเงิน

  • 43% ของผู้สูงวัยในอังกฤษ สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ทำให้การซื้อสินค้าออนไลน์ เป็นกิจกรรมหลักของผู้สูงวัย

  • ในอนาคตอันใกล้นี้ เม็ดเงินการใช้จ่ายบนออนไลน์ของประเทศไทย โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค จะมาจากผู้สูงวัยเป็นหลักเช่นเดียวกัน

เพราะฉะนั้นความเข้าใจ หรือความเชื่อที่ว่าผู้สูงอายุไม่ยอมปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ ไม่ใช่เทคโนโลยี – ไม่ใช้อินเทอร์เน็ต จึงเป็นความเข้าเชื่อที่ไม่ถูกต้องอีกต่อไป



4. อายุไม่ใช่อุปสรรคการเริ่มต้นชีวิตใหม่ – เรียนรู้สิ่งใหม่

จากมุมมองเดิมที่คนส่วนใหญ่มีต่อผู้สูงอายุ มาดูตัวอย่าง Insights จริงของผู้สูงอายุในปัจจุบัน

Insights ของผู้สูงอายุ 65 ปีในประเทศฝรั่งเศส

  • 70% ชอบลองอะไรใหม่ๆ

  • 60% รู้สึกว่าตัวเองเด็กกว่าอายุ

การรู้สึกว่าตัวเองเด็กกว่าอายุจริง เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุทั่วโลก รวมทั้งไทย

  • 35% ของผู้สูงวัยในฝรั่งเศสมองว่าช่วงสูงวัย เป็นช่วงเวลาที่ดี

  • 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เพราะเขามองว่าที่ผ่านมาชีวิตของเขาถูกล็อคด้วยการทำงาน การเลี้ยงลูก ไม่สามารถทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการได้

Insights ผู้สูงอายุในประเทศไทย

  • 64% ของผู้สูงอายุ บอกว่ารู้สึกว่าตัวเขาเองเด็กกว่าอายุจริง

  • 75% ต้องการเรียนรู้อะไรใหม่ๆ

  • 46% มองว่าช่วงสูงวัย เป็นช่วงที่ดี เป็นช่วงที่ดี

  • 47% ของผู้สูงวัยไทย ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่

เพราะฉะนั้นภาพที่สังคมมองว่าผู้สูงอายุไม่ต้องการเรียนรู้ – ต้องการอยู่บ้าน – ชอบอยู่บ้านเลี้ยงหลาน – ไม่ต้องการออกไปค้นพบสิ่งใหม่บนโลกใบนี้อีกแล้ว เป็นความเชื่อที่ไม่สะท้อนความเป็นจริงของผู้สูงวัยในปัจจุบัน

ความเป็นจริงของผู้สูงอายุในปัจจุบัน คือ

  • ต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังเกษียณ

  • ไม่ต้องการอยู่กับบ้าน

  • ต้องการเรียนรู้สิ่งใหม่

  • ต้องการท่องเที่ยว

  • ต้องการมีความรักอีกครั้ง กลับไปโรแมนติกอีกครั้ง

5. ผู้สูงวัย มีอำนาจทางการเงิน และโอกาสแห่งอนาคต

จากความต้องการของผู้สูงวัยที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ตลาดผู้สูงวัยได้เพิ่มความซับซ้อนละมีมูลค่าสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

  • ในประเทศอังกฤษเม็ดเงิน 320,000 ล้านปอนด์ ซึ่งนับเป็น 47% ของมูลค่าตลาดสินค้าอุปโภคบริโภคทั้งหมดมาจากกลุ่มผู้สูงอายุ

  • ในฝรั่งเศสผู้สูงวัยมีเงินที่เตรียมไว้ใช้ท่องเที่ยวถึง 22,000 ล้านยูโร

  • ในญี่ปุ่นเองผู้สูงอายุยังเป็นเจ้าของทรัพย์สินถึง 1.439 พันล้านล้านเยน ซึ่งนับเป็น 80% ของตลาดการเงินทั้งหมด

  • ในปี 2032 ที่อเมริกา “เศรษฐกิจอายุวัฒน์” (Longevity Economy) คือ มูลค่าตลาดที่รวมทั้งสินค้าและบริการสำหรับผู้สูงวัยนั้นจะมีสัดส่วนที่ใหญ่กว่าทุกภาคส่วนของตลาดอื่นรวมกัน

23 views0 comments

Recent Posts

See All

สำหรับเหตุผลในการเรียนรู้เทคโนโลยีของผู้สูงอายุมีหลายประการ อาทิ เพื่อการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความจำให้ดีขึ้น เพื่อการดูแลสุขภาพ เพื่อการสื่อสารและการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และเพื่อการทำธุรกิจ ส่วนรูปแบบก

ที่มา : https://businessunusual.net/เทคโนโลยีกับสังคมสูงวั/ หลายปีมาแล้วที่มีการกล่าวถึงสังคมสูงวัย ไม่ใช่เพียงแต่ในประเทศไทย แต่เป็นการกล่าวถึงในระดับโลก และมีการพยายามเชื่อมโยงประโยชน์ต่าง ๆ ของเทคโ